เผื่อผู้สนใจอ่านเพิ่มเติมค่ะ
Vision and Learning
Vision and Learning
ประมาณ 20% เด็กในโรงเรียนที่มีปัญหาการอ่าน อันเนื่องมาจากเป็น LD และ Dyslexia ความบกพร่องของสมองในส่วน verbal language หรือ auditory processing center ทำให้การเชื่อมความสัมพันธ์ของสัญลักษณ์ที่เขียน กับเสียงที่เปล่งออกมาได้ไม่ตรงกัน
+++ส่วนของเด็กที่มีปัญหาการอ่านไม่ได้เป็น Dyslexia ทั้งหมด เขาอาจจะมี phonetic awareness และ language processing ดี แต่มีปัญหาเรื่อง vision
ในบางโรงเรียนก็จะมี vision screening สำหรับการประเมินเด็กอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว ถ้าเด็กมีปัญหา มองเห็นภาพเบลอ หรือมองในระยะใกลไม่ชัดเจน ก็จำเป็นต้องใส่แว่นตา แต่แบบ vision screening นี้ ก็ไม่ได้คลอบคลุมในการเรื่องการมองเห็นทั้งหมด
สำหรับเด็กในโรงเรียน นอกจากจะมีการพัฒนา visual skill ซึ่งจะทำให้เรามองเห็นภาพคมชัดเจนแล้ว จะต้องมีความสามารถในเรื่อง coordinate และ eye movement as a team คือเด็กจะต้องมีความสามารถในการอ่านได้อย่างรวดเร็ว และ focus ในสิ่งที่เห็นได้ทัน
เด็กที่ขาดพื้นฐาน visual skill มักจะมีปัญหาที่โรงเรียน และส่วนใหญ่แล้ว มักพบแอบแฝงอยู่ในโรงเรียน ทำให้ครูและผู้ปกครองไม่เข้าใจตรงนี้
Eye Teaming Problems
เป็นการทำงานของตาทั้งสองข้างร่วมกัน ในการมองภาพ 2 ภาพแล้วเส้นประสาท optic ก็จะส่งกระแสไปยังสมอง เพื่อรวมภาพให้มองเป็นภาพเดียว ถ้าเกิดความบกพร่อง ก็จะทำให้เห็นเป็นภาพซ้อนกัน
ประมาณ10% มีเด็กในโรงเรียนที่มีปัญหา eye teaming ซึ่งจะส่งผลเกี่ยวกับการอ่าน
ตัวอย่างภาพที่ 1 eye team ทำงานร่วมกันดี ส่งผลทำให้มองเห็นภาพเดียว ที่ชัดเจน

ตัวอย่างภาพที่ 2 eye team บกพร่อง ส่งผลทำให้เห็นเป็นภาพซ้อนกัน ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่า เด็กที่มีปัญหานี้ จะต้องใช้ความพยายามในการปรับ focus ให้มากขึ้น เพื่อให้ภาพชัดเจนที่สุด ส่งผลทำให้การอ่านช้า

ปัญหา eye teaming จะไม่ส่งผลต่อการเป็น LD หรือ Dyslexia เพราะ Eye team disorder เกี่ยวกับปัญหาการมองเห็น ไม่เกี่ยวข้องกับ language-base reading dysfunction และยังส่งผลต่อภาวะหันเหง่าย ไม่มีสมาธิ ทำงานไม่เสร็จ ซึ่งจะคล้ายกับพวก ADD ทำให้เด็กส่วนใหญ่มักถูกวินิจฉัยผิดๆ
อาการที่เราจะสังเกตได้อีกในเด็กที่มีปัญหา eye teaming คือมองตัวอักษรไม่หมด , มีการเคลื่อนไหวบ่อยๆ , เกิดอาการเพลียของตา , อาการล้าง่ายเมื่อใช้สายตา , ปวดหัว และเกิดความคับข้องใจ
จะมีเด็กไม่กี่คน ที่ดูเหมือนการมองของเขาจะปกติ เพราะเขาต้องใช้ความพยายามในการจ้องมองเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากกว่าคนอื่น ซึ่งก็จะพบแอบแฝงในโรงเรียนอยู่
การรักษา ปัญหา eye teaming ถ้าเป็นชนิด convergence ก็จะใช้วิธีการใส่แว่นตา และถ้าเป็น divergence ก็จะใช้วิธี vision therapy
ปัญหาการมองที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้
Tracking เป็นความสามารถในการเคลื่อนไหวของลูกตา ซึ่งจะมี 3 ชนิด
- Fixation การมองวัตถุที่จุดใดจุดหนึ่งให้ได้
- Saccades ความสามารถในการเปลี่ยนการมองวัตถุหนึ่งไปอีกวัตถุหนึ่งอย่างรวดเร็ว
- Pursuits ความสามารถในการเคลื่อนไหวลูกตามองตามไปได้อย่างราบรื่น
เด็กที่มีปัญหา tracking นี้ จะหาตำแหน่งหรือคำนั้นไม่เจอ, มองข้าม, สับเปลี่ยนคำ และมีความเข้าใจยาก อันเนื่องมาจากการเคลื่อนไหวของลูกตา

Focusing ความสามารถในการโฟกัสภาพที่เห็นได้อย่างชัดเจน และมีความไว ไม่ว่าจะมองจากระยะใกล้ไปถึงระยะไกล เด็กที่มีปัญหานี้ ก็จะมองเห็นเป็นภาพเบลอ ส่งผลทำให้เวลาอ่านหนังสือจะใช้เวลานาน และเวลาอ่านจะต้องเอาหนังสือเข้ามาใกล้ๆ ตา ทำให้ปวดหัวง่าย และอาจจะต้องใส่แว่นตา และทำการบำบัดเพื่อให้โฟกัสดีขึ้น

Gross Motor Eye-Body Coordination
Visual motor และ Bilateral integration skill ดีจะทำให้เด็กมีการใช้สายตาและการเคลื่อนไหวของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นในแนวต้านแรงโน้มถ่วงของโลก หรือเพื่อเป็นการรักษาการทรงตัว และ การประสานสัมพันธ์ของร่างกาย
เด็กที่ poor eye body skill จะทำให้มีความยากลำบากต่อการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การเล่นกีฬา, การเรียนรู้การขี่จักรยานหรืออื่นๆ ที่มีการเคลื่อนไหวงุ่มง่าม
Fine motor Eye-Hand Coordination
เด็กที่ poor eye hand coordination จะทำให้เขียนหนังสือลำบาก หรือเขียนไม่สมบูรณ์ตามที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กเกิดความไม่สมหวัง , มีสมาธิในการทำงานลดน้อยลง
Letter Revarsals
ถ้ามีอาการนี้หลังจากอายุ 7 ปีขึ้นไป ก็แสดงว่า มีอาการของ Dyslexia สาเหตุที่สำคัญก็คือ พัฒนาการของ visual spatial ไม่ดี ทำให้การเรียนรู้การอ่านตัวหนังสือจากซ้ายไปขวาไม่ดี, การรับรู้ตำแหน่งของตัวเองกับสิ่งแวดล้อมก็ไม่ด้
Visual Perception
ความสามารถในการแปล, วิเคราะห์ และให้ความหมายในสิ่งที่พบเห็น
Visual Discrimination
เป็นความสามารถในการมองสิ่งของที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันไม่ว่าจะเป็น object หรือ form ทักษะนี้จะแก้ปัญหาความสับสน อย่างเช่นเกี่ยวกับการอ่าน จะช่วยแบ่งแยกระหว่าง การสะกดคำ เช่น was/saw , then/when , on/one หรือ run/ran
Visual Memory
เป็นความสามารถในการ recall ทันทีทันใด ในสิ่งที่เห็นมาแล้ว ทักษะนี้จะช่วยทำให้เด็ก ที่มีความสามารถ short term แล้วประมวลผลไปสู่ long term ได้
เด็กที่มีปัญหาจะทำให้มีความยากต่อความเข้าใจ และจะต้องพูดเสียงเบาๆ ย้ำเตือนตัวเอง เพราะจะจำจากการมองเห็นอย่างเดียวไม่ได้ , จะจำคำที่เหมือนกันลำบากเมื่อไปเจออีกหน้าหนึ่ง หรือจะลอกคำๆ นั้นไม่ได้ ต้องพลิกกลับไปดูบ่อยๆ
Visual Spatial Relations
เป็นความสามารถในการแยกหรือมองเห็นความแตกต่างในสิ่งของที่มีลักษณะคล้ายกัน ทักษะนี้จะช่วยทำให้เด็กมีความเข้าใจในเรื่องความสัมพันธ์ต่างๆ ทักษะนี้จะเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหา และมีการคิดออกมาเป็นแนวคิดได้ จะใช้ในพวกวิชาวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์
Visual Form Constancy
ความสามารถในการรับรู้ถึงความคงที่ คงสภาพเดิมของรูปร่างของวัตถุได้ถูกต้องไม่ว่าวัตถุนั้นจะมีขนาด , รูปร่าง แตกต่างกัน เด็กที่มีปัญหานี้ จะมองตัวอักษร หรือตัวเลขกลับหัวบ่อยๆ
Visual Sequential Memory
เป็นความสามารถในการจำรูปแบบหรือลักษณะที่เป็นลำดับได้อย่างถูกต้อง ทักษะนี้จะมีรายละเอียดที่สำคัญที่นำไปใช้ในการสะกดคำ เวลาอ่านเด็กอาจจะมองตัวอักษรแบบข้ามหรือสับเปลี่ยนกัน เวลาเขียน เด็กอาจจะมีการออกเสียงพูดเบาหรือพูดดังตามไปด้วย และเด็กจะมีปัญหาในการรับรู้และรูปแบบการจำด้วย
Visual closure
เป็นความสามารถในการมองภาพ หรือข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ แล้วแปลผลออกมาได้ว่าเห็นอะไร ทักษะนี้จะช่วยทำให้เด็กสามารถอ่านและมีความเข้าใจในบางสิ่งได้อย่างรวดเร็ว ทักษะนี้ยังสามารถช่วยทำให้เด็กมีการเข้าใจและแปลผลหรือทำนายในสิ่งที่ปรากฎออกมาได้ เด็กที่มีปัญหานี้ จะมีความยากต่อการคิดอย่างสมบูรณ์ เขาจะสับสนในคำหรือวัตถุที่คล้ายกัน โดยเฉพาะคำขึ้นต้นหรือคำลงท้าย
Visual Figure Ground
ความสามารถของสายตาในการแยกภาพหรือสิ่งของออกจากภาพที่อยู่ซ้อนหรือวางปะปนกัน ทักษะนี้จะทำให้เวลาอ่านหนังสือ สามารถจับใจความได้ทั้งหมด ถ้ามีปัญหา ก็ทำให้อ่าน scanning ลำบาก
Help for Children who Struggle
เด็กที่มีปัญหาการอ่าน เรียนรู้ยาก เนื่องจากมีปัญหาทักษะการมองเห็น Vision therapy เป็นการบำบัดที่ช่วยปรับระบบการมองให้เหมาะสม เป็นการบำบัดที่มีประสิทธิภาพมาเป็น 10 ปีแล้ว จากการทำวิจัยและการทดลองกับเด็กและผู้ปกครองที่เคยมีปัญหาแล้วมีอาการดีขึ้น แต่ Vision therapy ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา dyslexia , LD และ ADD
Eye Exercise Just For Fun!
กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยในเรื่องของ visual skill ของเด็ก ซึ่งถ้าผู้ปกครองจะนำไปใช้ ควรที่จะมีทีมของผู้บำบัด หรือหมอด้วย ถ้าเด็กมีความยากลำบากต่อการทำกิจกรรมนี้ มันสามารถบ่งชี้ถึงปัญหา binocular vision system ซึ่งคุณอาจจะต้องติดต่อกับ developmental optometrist เพื่อทำการประเมินต่อไป
ฝึกด้าน Visual Discrimination โดยดูภาพ 2 ภาพและหาความแตกต่างกัน ว่ามีกี่จุด

ฝึกด้าน Figure Ground โดยให้หาภาพหน้าคนที่ซ้อนอยู่ในรูปภาพเหล่านี้

ฝึกด้าน Visual Closure โดยให้อ่านคำเหล่านี้ ซึ่งเป็นภาพที่ไม่ชัดเจน

ฝึกด้าน Visual Form Constancy

ฝึก Tracking Skills
- Central Fixations and Peripheral Awareness โดยให้มองดูหน้าตัวตลก โดยไม่ต้องเคลื่อนลูกตาเลย จะมีเส้นเป็นกล่องสีแดงและสีน้ำเงินออกมาด้านข้างตัวตลก พยายามดูแต่หน้าตัวตลก อย่าไปสนใจเส้นกล่องนั้น

- Central Fixations and Peripheral Awareness with motor demand โดยให้มองดูรูปวงกลมตรงกลาง ก็จะมีรูปวงกลมสีต่างๆ ตรงด้านข้างทั้งสอง ส่วนรูปวงกลมตรงกลางก็จะเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ ถ้าเป็นสีไหนก็ให้ใช้มือสัมผัสรูปวงกลมตรงด้านข้างให้ตรงสีกัน

- Saccades
กิจกรรม Clown Jumps โดยมองดูตัวตลก กระโดดไปมาบนจอ โดยมีการเคลื่อนไหวลูกตาและห้ามเคลื่อนไหวศรีษะ (ถ้าไม่สามารถเคลื่อนไหวลูกตา หรือ มีการเคลื่อนไหวศรีษะ จะบ่งชี้ถึงความบกพร่องของ oculomotor system

กิจกรรม Rabbit Jumps with Motor Demand โดยพยายามแตะกระต่ายที่กระโดดไปมาบนจอ โดยใช้นิ้วชี้สัมผัส ให้สลับแขนขวาและซ้ายด้วย โดยจะต้องเคลื่อนไหวตาและมือเท่านั้น ห้ามเคลื่อนศรีษะ

กิจกรม Number Saccades โดยอ่านตัวเลขจากด้านซ้าย ไปทางด้านขวา ที่ปรากฏขึ้นบนจอ โดยให้เคลื่อนลูกตา ห้ามเคลื่อนศรีษะ มีหลายระดับ ถ้าเก่งแล้วก็เพิ่มความยากไปเรื่อยๆ จะเป็นประโยชน์เพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวของตาเวลาอ่านหนังสือ ไม่ว่าจะเป็นการมองจากซ้ายไปขวา หรือเริ่มต้นบรรทัดใหม่
Low Speed
High Speed

High Speed
ฝึก Line Tracking เพื่อพัฒนา oculomotor demand โดยการเพิ่มสิ่งเร้าให้มากขึ้น หรือเพิ่มเส้นไปตามทางให้มากขึ้น
กิจกรรม Hat Tracking โดยให้มองตามเส้น โดยจับคู่หรือหาให้เจอ ห้ามใช้มือลากตาม ให้ใช้สายตาอย่างเดียว

จะมีกิจกรรมที่ต้องใช้ความพยายามมากขึ้น มันยากมาก ให้จับคู่ระหว่างตัวอักษร กับตัว เลข โดยใช้สายตาอย่างเดียว 
Reference
http://www.childrensvision.com
http://www.specialchild.co.th/knowledge.asp?article=14
แบบประเมินพัฒนาการของเด็กก่อนวัยเรียนมิลเลอร์
(Miller Assessment for Preschoolers)
บรรยายโดย
ผศ. ดร. นันทณี เสถียรศักดิ์พงศ์
แบบประเมินพัฒนาการของเด็กก่อนวัยเรียนมิลเลอร์
เรียกสั้น ๆ ว่าแม็พ (MAP)
ใช้ประเมินเด็กตั้งแต่อายุ 2 ปี 9 เดือน ถึง 5 ปี 8 เดือน
แบบประเมินนี้ใช้ประเมินความสามารถของเด็ก 3 ด้านใหญ่
1. Sensory and Motor Abilities
2. Cognitive Abilities
3. Combined Abilities
ประกอบด้วยดัชนีวัดความสามารถ 5 ด้าน ดังนี้คือ
1. ความสามารถพื้นฐาน (Foundations)
2. สหสัมพันธ์ของการเคลื่อนไหว (Coordination)
3. ความสามารถด้านภาษา (Verbal)
4. ความสามารถด้านที่ไม่ใช้ภาษา (Non-Verbal)
5. ความสามารถในการทำงานที่ซับซ้อน (Complex tasks
ความสามารถ ดัชนีความสามารถ จำนวนข้อคำถาม
1. Sensory and Motor Abilities
1.1 Foundations 10
1.2 Coordination 7
2. Cognitive Abilities
2.1 Verbal 4
2.2 Non-Verbal 5
3. Combined Abilities
3.1 Complex Tasks 4
· เวลาที่ใช้ในการประเมิน 25-35 นาที
· ข้อมูลจากแบบทดสอบใช้เป็นดัชนีบอกว่าเด็กมีพัฒนาการช้าอย่างรุนแรง ปานกลาง หรือเพียงเล็กน้อย
· แบบทดสอบนี้ให้ค่า Norm ซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มตัวอย่างของเด็กก่อนวัยเรียนจำนวน 1,200 คน ของประเทศสหรัฐอเมริกา
ข้อทดสอบ 27 ข้อ
1. เกมส์สร้างตึก (Tower : The Big Building Game)
2. เกมส์เก็บของ (Sequencing : The Put Away Game)
3. เกมส์ต่อบล็อค (Block Designs : The Make-a-Building Game)
4. เกมส์แตะบล็อก (Block Tapping : The Watching Game)
5. เกมส์คลำของ (Stereognosis : The Feely Game)
6. เกมส์นิ้วไหนเอ่ย (Finger localization : The Finger Game)
7. เกมส์จดจำสิ่งของ (Object Memory : The Remembering Game)
8. เกมส์ต่อภาพ (Puzzles : The Make-a-Picture Game)
9. เกมส์ค้นหา (Figure-Ground : The Hide and Seek Game)
10. เกมส์วาดรูปคน (The Draw-a-Person Game)
11. เกมส์วาดรูปกรง (Motor Accuracy : The Draw-a-Cage Game)
12. เกมส์กระต่ายกระโดด (Vertical Writing : The Bunny Hop Game)
13. เกมส์คุณนิ้วชี้ (Hand-to-Nose : The Mr.Thumbuddy Game)
14. เกมส์ยืนปิดตา (Romberg : The Statue Game)
15. เกมส์ย่ำเท้า (Stepping : The Marching Game)
16. เกมส์เดินตาม (Walks Line : The Walking Game)
17. เกมส์ทำลูกบอล (Supine Flexion : The Make-a-Ball Game)
18. เกมส์ลุกขึ้นยืน (Kneel-Stand : The Stand Up Game)
19. เกมส์เลียนแบบท่าทาง (Imitation of Postures : The Simon Says Game)
20. เกมส์สนุกกับลิ้น (Tongue Movements : The Funny Tongue Game)
21. เกมส์ย่ำเท้าสลับข้าง (Rapid Alternating Movements : The Stamp Game)
22. เกมส์หาทางออก (Maze :The Find Your Way Game)
23. เกมส์ถาม-ตอบ(General Information :The Questions Game)
24. เกมส์ทำตามคำสั่ง (Follow Directions: The Do It Game)
25. เกมส์คำซ้ำ (Articulation :The Word Game)
26. เกมส์พูดตาม (Sentence Repetition : The Repeat Me Game)
27. เกมส์ตัวเลข (Digit Repetition : The Number Game)
การแบ่งกลุ่มเด็กตามอายุ
คำนวณว่าเด็กที่ประเมินอยู่ในกลุ่มอายุใด ใน 6 กลุ่มดังนี้
กลุ่ม I ช่วงอายุ 2-9 ถึง 3-2 ปี
,, II ,, 3-3 ถึง 3-8 ปี
,, III ,, 3-9 ถึง 4-2 ปี
,, IV ,, 4-3 ถึง 4-8 ปี
,, V ,, 4-9 ถึง 5-2 ปี
,, VI ,, 5-3 ถึง 5-8 ปี
แบบประเมินพัฒนาการเด็กก่อนวัยเรียนของมิลเลอร์
(Miller Assessment for Preschoolers)
บรรยายโดย
ผศ. ดร. นันทณี เสถียรศักดิ์พงศ์
วิธีการคิดคะแนนและแปลผล
1. การคิดคะแนนรวม (Total Performance Scores in Percentiles)
2. การคิดคะแนนความสามารถแต่ละด้าน (Performance Index Scores in Percentiles)
3. การคิดคะแนนแต่ละข้อทดสอบ (Item Score)
การคิดคะแนนรวม (Total Performance Scores)
1. ใช้ item score sheet
2. จากข้อทดสอบทั้งหมด หาคะแนนจากกล่องสีแดงมีกี่ข้อทดสอบ
3. จากข้อทดสอบทั้งหมด หาคะแนนจากกล่องสีเหลือง มีกี่ข้อทดสอบ
4. ใช้ตัวเลขจากข้อ 1 และ 2 เปิดตาราง 3-3
5. อ่านคะแนนที่จุดตัด
การคิดคะแนนความสามารถแต่ละด้าน (Performance Index Scores)
1. ใช้ item score sheet และ record booklet
2. ใส่อักษร G Y และ R ให้ตรงกับข้อทดสอบ
3. แต่ละ index หาคะแนนจากกล่องสีแดง มีกี่ข้อทดสอบ
4. แต่ละ index หาคะแนนจากกล่องสีเหลือง มีกี่ข้อทดสอบ
5. ใช้ตัวเลขจากข้อ1และ 2 เปิดตาราง 3-4
6. อ่านคะแนนที่จุดตัด
การคิดคะแนนแต่ละข้อทดสอบ (Item Score)
1. ใช้ item score sheet
2. พิจารณาว่าคะแนนที่เด็กได้ในแต่ละข้ออยู่ในบริเวณ สีแดง
สีเหลือง หรือ สีเขียว
การแปลความหมาย
• สีแดง percentile rank 0-5 ไม่ผ่าน อาจต้องการการประเมินเพิ่มเติม
• สีเหลือง percentile rank 6-25 อาจมีพัฒนาการช้าควรเฝ้าระวัง
• สีเขียว percentile rank 26-100 ผ่าน พัฒนาการปกติ
คะแนน
l บอกเป็นค่าตำแหน่งเปอร์เซ็นต์ไทล์ (Percentile Rank)
l ตัวอย่าง น้องเล็กได้คะแนน 26
เมื่อเทียบกับเด็กที่อยู่ในกลุ่มอายุเดียวกันจำนวน 100 คน
25 คนมีความสามารถน้อยกว่า
74 คนมีความสามารถมากกว่า
คุณสมบัติด้านการวัดของแบบประเมินมิลเลอร์
(MAP’S Psychometric Properties)
l Interrater reliability (N=40, p<.01)
Foundation .97
Coordination .84
Verbal .98
Non-verbal .99
Complex tasks .98
Total MAP .98
l Test-Retest reliability (N=81, 1wk.<time< 4 wk.)
.72 - .94
l Internal Consistency
.79 - .84
l Validity