วันนี้คิดว่าจะบ่นอย่างเดียวค่ะ
จากใจแม่คนหนึ่งเลย
ฮา
อาจจะยืด ยาว เยิ่นเย้อ ทนๆหน่อย
แม่แค่อยากบันทึกไว้
สอนตัวเอง และ บอกลูกด้วย
เอาละมาเริ่มกัน
หลายคนสงสัยเรื่อง แบบประเมินของครู ที่รร.
มาอธิบายกันก่อน
คือมันก็เหมือนรร. ทั่วๆไปแหละค่ะ
ที่รร.เดิมเจ้าภู ก็มีนะ แต่เทอมนึง จะส่งมาให้ดูทีนึง
ตอนรับสมุดพกก่อนปิดเทอม
แต่ที่รร.นกฮูก ที่ใหม่นี่ เรียกว่าประเมิน
กันแบบรายเดือนเลยทีเดียว
ถามว่า ดีมั้ย ?
ดีแน่ๆ ค่ะไม่มีพ่อหรือแม่คนไหน
ไม่อยากรู้ว่าลูกเราเปนยังไงมั่งตอนอยู่ที่รร.
แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น การประเมินก็ไม่ได้หมายความว่า
มันทำได้หรือไม่ได้
ไม่ได้แล้วไง หรือได้แล้วไง
คือทั้งหมดมันไม่ได้มีผลอะไรกับชีวิตแม่เลยนะ
(เอ้ะหรือว่ามี คะ- )
ส่วนการสอบคือการวัดผล
แล้วยังไง
ฮา
แต่ที่แอบบ่นเมื่อวานคือ
ไอ้การใช้สีอย่างสร้างสรรค์ < นี่แหละ
คือไม่ได้หมายความว่า แม่เปนคนที่ยอมรับอะไรไม่ได้นะ
ไม่งั้นทุกวันนี้ จะเปนแบบนี้เรอะ
เพราะว่าแม่ยอมรับนี่แหละ และแม่ก็อยู่กับมันไง
คือรู้แหละ ว่าลูกเรายังอ่านไม่ค่อยเก่งเขียนไม่ค่อยได้
แต่มันทำอย่างอื่นพอได้นะ พอไหวด้วย
อะไรแบบนี้
แต่การใช้สีอย่างสร้างสรรค์ คืออะไร
หมายถึง ต้นไม้สีเขียว พระอาทิตย์สีแดงแจ๋
เด็กชายสีฟ้า เด็กหญิงสีชมพูเรอะ
ในความคิดแม่มันไม่ใช่หรอก
จบข่าว
ป่วยการจะเขียนต่อ
หรือว่าจะเขียนดี
(คือมันไม่ได้เปนการให้คะแนนค่ะ แค่ครูประเมินท่านั้น)
ไม่ได้หมายความว่ามันวาดรูปแล้ว ครูให้คะแนนนะ
เพราะถ้ามันมัวแต่วาดรูป เค้าคงให้มันสอบตก
เออค่ะ อนุบาลสาม มันสอบค่ะ
งงฉิบ
อย่างงเลยค่ะ
ในเมื่อคุณยังต้อง มีปัญญาส่งลูกเรียนในบ้านนี้เมืองนี้
คุณแก้ไขอะไรไม่ได้หรอก อยู่กับมันให้สนุกซะ
แม่ถือคตินั้นนะ
อย่าไปหลงกล มันเข้าล่ะ
ขอให้รู้เท่าทัน ว่ามันเปนยังไง และเราคิดยังไงก็พอ
แน่นอนมันย่อมมีข้อดีด้วยแน่ๆ
เรามองให้เจอะก็แล้วกัน
แต่ก็นั่นแหละ
ไอ่เรียนแบบนี้(ในตอนนี้เท่านั้นนะ)
แม่พบว่าลูกแมร่งเสือกชอบ
สงสัยมาโคสิด ซี้ดซ้าด
มันดั๊นกระตือรือร้น เปนล้นพ้น ที่จะไปโรงเรียน
สนุกกับการเรียนในระบอบนี้ (ตอนนี้นะ ย้ำอีกที)
จบข่าว
ดังนั้นแม่อย่าพึ่งไปเดือดร้อนแทนมัน ถ้าไม่ได้ดังใจแม่
แม่คือพี่เลี้ยงคอยประคับประคองมันไป
๒.
ก็ดูยามว่างของมันสิ
มันขยันมากกกกกกก (ผิดพ่อผิดแม่สุดๆ)
ยามว่างคือนั่งอ่านหนังสือ วาดรูป นั่งทำแบบฝึกหัดประดามีทั้งหลาย
มันคือลักษณะของลูกคนเดียว ที่ต้องเล่นคนเดียว หรือเปล่า
ไม่แน่ใจนะ แต่ตอนเด็กๆ แม่มีน้อง
แต่ไม่ได้เล่นด้วยกันหรอกมันห่างกันหลายปี
คือมันจะมาเล่นกับเรา(แม่)ตลอดเวลาก็ไม่ได้
ความบันเทิงของมัน ก็เปน สมุด กระดาษ สี หนังสือ
พอเจอระบบการเรียนเข้า มันก็เห็นว่าการทำแบบฝึกหัดคือของเล่นอย่างหนึ่ง
มันเปนเพื่อน มันเปนสิ่งที่สร้างความบันเทิงว่างั้น
คืนโน้นนนนน มันง่วงม๊ากกกกก
ตาก็ปรือจะแย่แล้ว
แต่มันไม่ยอมนอนค่ะ จะทำแบบฝึกหัดของเล่นของมันให้เสร็จ
รู้สึกว่าคืนนั้นจะ ทำเติมเลขลงตารางร้อยช่อง
แม่ก็เลือกปริ้นๆท์มาไว้มั่วๆแหละ เตรียมๆไว้
แม่บอกว่าพอก่อน ไว้ค่อยมาทำนะ
มันบอกไม่เอาอ่ะ จะทำให้เสร็จก่อน
พอมันเติมเลขเสร็จจนครบ ก็มาวาดรูปต่ออีกครั้ง
กว่าจะเสร็จพิธีกรรม กว่าจะได้นอน ซะที
ฟังดูน่าเหนื่อยมากก
หรือบางทีก็คิดแบบฝึกหัดขึ้นมาทำเองซะงั้น
เมื่อกี้ล่าสุด
งอนแม่ แบบน้ำหูน้ำตาซึมๆ
ที่แม่ไม่ปริ้นท์แบบฝึกหัดเลขไว้ให้(ที่ปริ้นท์ไว้มันทำหมดแล้ว)
แม่ก็เขียนๆ ให้แล้วให้ทำเอง
มันก็ทำอย่างรวดเร็ว แล้วก็จะขอทำอีก ๆ
ปริ้นท์ คืออะไร ต้องทำยังไง
แม่ทำให้หน่อย ผมอยากทำ (วันนี้ขอทำเติมเครื่องหมาย > / < )
กรูกลุ้มค่ะ
คือทีแรกแม่ก็คิดว่าลูกชอบทำแต่โจทย์เลขอย่างเดียว
แต่ตอนนี้มันชอบทำทุกแบบ ขอให้เปนแบบฝึกหัด
ที่ไม่ชอบมีอย่างเดียวคือคัดลายมือนี่แหละ
คือทุกวันมีการบ้านหน้าเดียว
แต่ที่มันเอามาทำเอง เล่นเอง นี่วันนึงๆ เยอะมากกกกกกก
(เออ ขยันแบบนี้ให้ตลอดรอดฝั่งเหอะ หย่ะ)
ของเล่นของมันมีไม่กี่อย่างอย่างที่บอกบ่อยๆ
แม่เคยคิดว่าแม่เลี้ยงลูกผิดไหม
คือเด็กคนไหนๆ มันก็มีของโปรดส่วนตัวทั้งนั้น
ตอนนี้มันชอบช้าง ก่อนนี้มันชอบ เสือ ม้า ปลาวาฬ โลมา ฉลาม
มันไปตามอารมณ์มันนั่นแหละ
เราไปบิ้วให้ไม่ได้เลยนะ
ได้แต่ส่งเสริม เวลามันชอบอะไร ก็ว่ากันไป
แล้วเหล่านี้ทำให้มันเล่นกับเพื่อนไม่ได้หรือเปล่า
อาทิตย์ก่อนไปรับลูก ก็แอบดูมันเล่นกับเพื่อน
มันพยายามจะนำเสนอของเล่นตัวเองมากๆ
แต่เพื่อนไม่สนใจหรอก (ใครจะมาชอบเหมือนมันเล๊า)
มันก็เอาช้างของมันไปเนียนๆ กับของเล่นหุ่นยนต์แปลงร่างนาฬิกา
หรือนาฬิกาเปนหุ่นวะ งงๆ
หรือไอ่ของเล่นที่ดึงๆ แล้ว มันแปลงร่างได้ เหมือนลูกข่าง หมุนๆ
มันก็มุงเพื่อนนะ ไปมุง ติ้ดนึง เพื่อนก็ให้ยืมเล่นแหละ
แต่มันเล่นไม่เปน
มันก็คืนเพื่อนไป
พูดถึงมันก็ฟังเพื่อนนะ แต่มันไม่ได้สนใจทั้งหมด
พอมาเจอแม่ แม่ผู้กลัวลูกจะหลุดเทรนด์เด็กอนุบาล
ก็บอกว่าอยากเล่นแบบเพื่อนมั้ย เค้าเรียกอะไร
มันบอกว่าไม่เอาหรอก .... (ชื่อเพื่อน) ... มัวแต่เล่นอะไรก็ไม่รู้ไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย
อ้าว
สรุปว่าแม่ผิดไหมเนี่ย
ยังๆ ยังมีต่อ
ไปเดินห้าง ฯ อิแม่พ่อก็นี่แหละพยายามยัดเยียดวัตถุนิยมให้มัน
คือเริ่มสับสนว่าเอ้ะ กรูเลี้ยงลูกมาผิดรึเปล่า กลัวลูกจะพร่อง
จริงๆ แม่มันนี่แหละพร่องซะเอง
พยายามจะถามมันมากๆ ว่าอยากได้กล่องดินสอ หรืออะไรแนวๆ นี้ไหม
- - ไม่รู้จะถามเพื่ออะไร
แม่กับพ่อก็ล่อหลอก ชี้ชวนให้ดู
บ้านอื่นเค้าอาจต้องรีบเข็น จูง ลาก ลูกผ่าน แต่แม่บ้านนี้พ่อบ้านนี้
มาบิ้วอารมณ์ลูกค่ะ อยากให้ลูกลองมี ดูมั่ง
กล่องดินสอสารพัดเลย แปลงเปนหุ่นยนต์ เปนรถ ทั้งลากได้ กล่องสองชั้น
สีสันสดใส ราคาบาดใจ
ทุกวันนี้มันใช้ดินสอสองสามแท่ง
ใส่ไปในกระเป๋า เฉยๆค่ะ ไม่มีกล่องอะไรกะเค้า
ส่วนสีก็เปลี่ยนให้บ่อยมาก ไม่ใช่ว่ามันหายนะ แต่มันกุด หมด
แบ่งเพื่อนและชอบเหลาสีมากๆ แต่มันคงใช้เยอะด้วย ไม่ว่ากันๆ
แต่ไม่เคยหายสักกะสี มีครบสิงสองแท่งทุกวันนะ
อ่ะต่อๆ
มันก็หยุดสนใจดูนะ
แล้วแม่ก็กระซิบกะพ่อว่าเชื่อป่ะ
มันดูเสร็จแล้วมันก็จะเอาวางเหมือนเดิม
มันไม่เอาหรอก
พูดไม่ทันขาดคำ มันก็เอาวางที่เดิมค่ะ
ไอ่กล่องดินสอที่แปลงร่างเปน หุ่นยนต์และรถวิ่งได้เนี่ย
แหม่ ลุ้นไม่ขึ้นกันเลยทีเดียว
(น้านัทอย่าแปลกใจ ก็มันไม่ชอบมันจะเอาไปทำไม
นึกหน้ามันตอนมันอยากได้ก้านกล้วยดิ่ นั่นคนละมู้ดเชียวนะ - ฮ่า)
เออก็เข้าใจได้แหละ
ว่าเด็กมันก็มีของที่มันชอบ
ถ้าเปนกล่องดินสอก้านกล้วยมันอาจจะอยากได้ก็ได้นะ
เหมือนเราๆ แหละ
ไม่ชอบ จะทนเล่นไปทำไม
๓.
แต่ทั้งหมดของชีวิตคืออะไร
แม่จะบอกว่า ไอ่ความเปนคนนี่
มันก็คือความไม่สมบูรณ์นะ
ใครวะมันจะเพอเฟค สมบูรณ์แบบ ไปซะทั้งหมด
แม่ถึงบอกว่าแม่ยอมรับได้นะ ถ้าลูกจะไม่ได้เก่งรอบด้าน
หรือหล่อรอบด้านและไม่เก่งสักด้าน
อย่างมีก็มีด้านมืดด้านสว่าง
แม่ก็มนุษย์แม่ธรรมดาๆนี่แหละ
มีโกรธ กริ้ว ฉิวแฉกไปตามเรื่อง
ทำผิดก็ขอโทษเปน
แล้วไง
ก็นี่แหละคนไง
แม่ถึงบอกลูกเสมอว่า
ลูกไม่ต้องสอบได้ทุกอย่างหรอก
ลูกไม่ต้องเก่งทุกอย่างหรอก
แม่จะบอกลูกทุกวัน ว่า
วันนี้หนูดูแลใครบ้าง
ดูแล เพื่อนคนนี้ คนนี้ คนนี้ไหม
มีเพื่อนคนไหนได้สอนหนูบ้าง
มีใครแบ่งของเล่นให้กันมั่งไหม
แม่ไม่เคยถามเลย ว่าเรียนอะไร
แต่แม่ถามว่าวันนี้เรียนสนุกไหม ทุกวัน
ที่แม่ถามทุกวันคือ หนูได้ดูแลใครบ้าง
อย่าทำเพื่อนแรง ต้องดูแลเพื่อนที่อ่อนแอกว่า ตัวเล็กกว่า
ยิ่งเพื่อนผู้หญิง ลูกยิ่งต้องดูแลให้มาก
แม่เปนผู้หญิง แต่ก็จะสอนให้ลูกเปนสุภาพบุรุษให้ได้
แล้ววันก่อนแม่ก็ชื่นใจ
จนต้องบันทึกไว้
ในห้องลูกจะมีเด็กๆ สองคนที่แม่เอ็นดูมากเปนพิเศษ
ไม่ได้เอ็นดูที่เค้าน่ารัก กว่าคนอื่น แต่เอ็นดูที่มันน่าเอ็นดูจริงๆ
คนนึงเด็กผู้หญิงตัวติ้ดเดียว ตัวเล็กๆ ผอมๆ ชอบยืนหลบสายตา
ใส่แว่นหนาเตอะ แถมขี้อายที่สุด ไม่เคยพูดกับใคร
แม่รู้ว่าเค้าพิเศษ
แม่จะชวนคุยเสมอ แต่ก็ไม่เคยตอบแม่เลยสักครั้ง
แม่จะบอกลูก รวมชื่อแม่หนูคนนี้ไปด้วย
ว่าหนูต้องดูแล ..... นะ
วันนึงหนูมาบอกแม่ว่า วันนี้ ...... ยอมคุยกับหนูแล้วนะ
แม่ถามว่าแล้วทุกที เค้าคุยมั้ย ลูกบอกไม่เคยคุยหรอก
ถามอะไรเค้าก็ไม่พูด
จนวันนึงเค้ายอมตอบลูก ยอมคุยกับลูก
จนลูกเอากลับมาเล่าให้แม่ฟังได้
แม่ภูมิใจในตัวลูกจัง
ยังมีอีกคน
คนนี้นี่แม่ก็เอ็นดูนัก
เด็กผู้ชายตัวนิดเดียวเหมือนกัน
แค่ลักษณะภายนอก เราก็รู้ว่าเค้าพิเศษกว่าใคร
ลูกมาเล่าเสมอว่า เพื่อนคนนี้ดื้อ < แม่ตกใจมาก
แม่รู้ว่าคำนี้ไม่ได้มาจากคำพูดของลูกเอง
แม่บอกใหม่ว่า เค้าไม่ได้ดื้อนะ ลูก หนูต้องช่วยเพื่อนนะคับ
เพื่อนคนนี้ยังเด็กมากๆ หนูต้องช่วยเพื่อนนะลูก
(คนนี้แหละที่หนูบอกว่าครูให้หนูสอนตอนทำแบบฝึกหัด)
เพื่อนคนนี้เท่าที่ฟังครูเองก็ไม่ค่อยเอ็นดู
แถมเพื่อนก็ไม่เล่นด้วยอีก
เพราะช้ากว่าเค้า เล่นกะเค้าไม่เปน
พอจะเล่นทีกลายเปนเล่นแรงเกินไป
แม่ย้ำนานมากทั้งตอนคุนกันก่อนนอน
ทั้งก่อนลงจากรถ
ว่าต้องดูแลเพื่อนนะ ช่วยเพื่อนนะ
มีใครบ้างนะ ไหนบอกแม่ซิ
บลาๆๆๆ
....
วันก่อน
เราคุยกันไปเรื่อยๆ
หนูบอกว่า เพื่อนคนนี้
......(ชื่อเพื่อน) .... บอกว่ารักภูดิศมาก
ภูดิศเปนเพื่อน........นะ
......มีภูดิศเปนเพื่อนคนเดียวเองนะ
แม่ได้ยินแล้วน้ำตาจะไหล
ได้ฟังเท่านี้แม่ก็ชื่นหัวใจที่สุด
แม่บอกหนูว่าแม่ภูมิใจในตัวหนูมาก
หนูดูแลเพื่อนได้ดีแล้ว
ลูกน่ารักมากเลยคับ
บางทีเล็กๆน้อยๆแค่นี้
นี่แหละที่แม่อยากได้ยิน
และลูกแม่ก็ทำได้ดีจังเลยคับ
คือหนูไม่ต้องเทสได้เต็มสิบหรอก
เพราะคนคือความไม่สมบูรณ์
แต่คนที่สมบูรณ์ คนเต็มคน คือคนที่รู้จักให้คนอื่น
และทำเพื่อคนอื่นบ้าง
ถึงแม้ว่ามันเล็กน้อยเหลือเกินในสายตาใคร
ลูกรู้มั้ยว่าหัวใจดวงน้อยๆ ของ เพื่อนลูกคนนั้น
มันจะชุ่มฉ่ำแค่ไหน
เดือนกว่าๆของการมาโรงเรียนใหม่ เพื่อนใหม่
แต่ว่าไม่มีใครเลย
โดนครูดุทุกวัน เพื่อนไม่เล่นด้วย
แถมจะเล่นกับเพื่อนก็ไม่ได้ เล่นไม่เปนอีก
หลายอย่าง ลูกเองก็เคยเปนแบบเค้านี่แหละ
วันที่ลูกเคยไม่ได้ตั้งใจจะผลักเพื่อน จนเพื่อนโกรธ
หรือจนลูกไม่อยากจะเล่นกับเพื่อนคนไหนเลย
ถึงวันนี้แม่ภูมิใจในตัวหนูจริงๆเลยคับลูก
แม่ไอ่ภู
9 ก.ค. 2552 เวลา 23:59 น.