(หลังจากที่ติดเรื่องนี้อยู่นาน
เรื่องอื่นก็ติดอีกบาน - ทำใจๆ)

๑. ชีวิตวัยเด็กเลือนหาย



การเขียนเรื่องนี้ทำให้ชีวิตอิชั้นเสียเวลามากๆ
เพราะมัวแต่ไปนั่งจมอยู่กับอัลบั้มเก่าๆ
เสียเวลาอ้อยอิ่งอยู่หลาย วัน
พบว่า

รูปสมัยเด็กๆ  หายไปไหนหมดวะ
สงสัยเอามาเล่นกะเพื่อนสมัยเรียน จนเกือบหมด
ตอนนี้หลงเหลืออยู่ ไม่กี่รูป น่าเสียดาย

ที่มี ชัดๆ ก็  รูปที่พ่อจูงมือนี่แหละ
เกิดที่เชียงใหม่ แต่ก็ ย้ายไปโน่นมานี่ไม่ได้ขาด

 

สมัยเด็กๆ มีแต่คนทักว่า หน้าเหมือนพ่อ
จำได้ว่าไม่ชอบเลย
ทำไมต้องเหมือนพ่อด้วย
เค้าเปนเด็กผู้หญิงนะ ก็ต้องอยากหน้าเหมือนแม่ ดิ่

ฮึ

งอนนนน



สมัยเปนเด็กๆ จะต้องย้ายติดตามพ่อกะแม่บ่อยมากๆ
เหตุผลที่ทำให้อะไรไม่ค่อยอยู่กะร่องกะรอย
นี่เปนรูปสมัย ย้ายไปอยู่ที่ชัยนาท ริมเขื่อนเลย
คาดว่าจะเปนผลิตผล ที่แม่ภาคภูมิใจมากๆ
ที่ได้ ติดกิ้บ เปียผม ให้ลูกสาว

ภาพนี้ขุดเจอะ สมัยเรียนประถม ที่จังหวัดประจวบ
มักจะได้แสดง งานรร. ทุกปีนะเว่ย ขอบอก
แบบว่า งามพร้อม มากๆ
ฮา

แต่ขำๆ ที่เขียนไว้หลังรูป นี้ เขียนด้วยลายมือตัวเอง
จะส่งไปรายการสโมสรผึงน้อย
โชคดี ที่ไม่ได้ส่ง ไม่งั้นภาพนี้ก็ คงไม่เหลืออยู่
วู้ๆๆ

 

ถึงตอนนี้ย้ายกลับมาอยู่กะแม่กะพ่อที่เชียงใหม่เหมือนเดิมแล้ว
หลังจากที่กลางเทอมต้องไปอยู่บ้านย่าที่เพชรบุรีอยู่ครึ่งเทอม
จำได้ว่าเปนครึ่งเทอมที่สุขสันต์ มากๆ
แต่ก็ไกลพ่อไกลแม่ - คิดถึ้ง คิดถึง ตอนนั้น
ทำให้รู้ว่า เอ้อ
จริงๆ เรารักกันมากขนาดไหน เมื่อตอนห่างไกลกัน

หลักจากนั้นก็ปักหลักอยู่เชียงใหม่ตั้งแต่ตอนนั้นเปนต้นมา
ไม่ย้ายไปไหนอีกแล้ว
ชีวิตวัยเด็กที่กระพร่องกระแพร่ง
ย้ายไปนู่นมานี่เสมอ ไม่ค่อยมีเพื่อนสนิท เท่าไหร่
เพราะเล่นๆ  กันไปสักหน่อย ก็ต้องย้ายรร.อีกแล้ว

บางทีก็ย้ายบ้านด้วยซ้ำ
ดูหม่นหมอง แต่จริงๆ ก็สนุกดี
เปลี่ยนบรรยากาศ บ่อยๆ

 

 


 

๒. ชีวิตรักนักเรียน ดารา ฯ

จำได้ว่ตอนย้ายมาอยู่เชียงใหม่อีกรอบ
เขียนจดหมายไปเล่าให้เพื่อนๆ เก่าฟังว่ารร. นี้แปลกมากๆ
ใส่กระโปรงสีแดงแช้ดดดด (น่ากลัวจริงๆ)
แล้วรร. นี้ไม่มีผู้ชายเลยนะเว่ยย
โห เกิดมาไม่เคยเจอไง
แบบว่าชั่งแปลกมากๆ

แต่การเรียนรร. หญิงล้วน ก็ทำให้สนุกสนานมากๆ
มีชีวิตวัยรุ่นที่สนุกสนาน สุดขีดไปอีกแบบ
มีเพื่อนเยอะมากที่สุด และเพื่อนที่คบกันจนแก่จนเฒ่า ป่านนี้
ก็เปนเพื่อนสมัยรร. มัธยม นี่แหละ
ด้วยความที่สนุกกับชีวิตนักเรียน
เลยไม่เคยคิดจะไปสอบย้ายรร. กะเค้าที่ไหนเล้ย
เรียนตั้งแต่ประถม จนจบมัธยม นู่นเลย
(ในขณะที่มีเพื่อน บางคน พอจบป.๖ ก็ไปสอบเข้าสาธิต)
แต่เราเองไม่เคยรู้สึกเลยว่าต้องกระตือรือล้น ย้ายไปไหน
ยิ่งติดเพื่อน ด้วย ยิ่งไม่อยาก
จริงๆ ขี้เกียจ มากกว่า

พอจบมอสาม เพื่อนๆหลายคนแยกย้าย
ไปเรียนต่อสายอื่นๆ บางคนไปสอบเข้ารร. อื่น
แต่เราก็ยังเฉยเมย
ก็ ตอนนี้คะแนนเรียนต่อมอปลาย สายศิลป์ ได้เลย
ไม่ต้องสอบเข้าอีก
อู้ย

สบาย ๆ เอาที่นี่แหละ

ฮ่า
(ไม่มีภาพประกอบ ขี้เกียจรื้อมากๆ วุ้ย)

ยิ่งตอนมอปลายนี่ยิ่งสนุกสุดขีด
เรียนสามปี สุดท้ายนี่ สนุกสนานมากๆ
นอกจากติดเพื่อนแล้ว ยังชอบทำกิจกรรม ด้วย
ไม่ชอบอย่างเดียวคือเรียนนี่แหละ
ฮา
สมัยเรียน ทำทุกอย่างเลย ยกเว้นเรียน
แต่ไม่เคยได้เอฟเลยนะเฟร้ย อย่างมาก ก็ สอบซ่อมกลางภาคอะไรงี้
(ชั่งเปนความภาคภูมิใจอะไรเช่นนี้ ยะ)
สมัยมอปลาย จึงเปนทั้งประธานเชียร์ ประธานรุ่น และเกือบเปนประธานนักเรียน
แต่ไม่อยากเปน อร๊ายยยยย ขี้คุย
คือไปเปนรองตอนมอห้าแล้วมั้ง พอมอหกเริ่มเบื่อ  ลาภ ยศ
จริงๆ คือขี้เกียจอีกแหละ
ทำแต่กิจกรรมสนุกๆ อย่างทำเชียร์ อะไรแบบนี้ดีกว่า
ดังนั้นเรื่องเรียนเลยเปนรอง มาตลอด

จำได้ว่าก่อนไปสอบโควต้า เลือกฝรั่งเศสสอบด้วยนะ
แต่ทำได้ข้อเดียว รู้ชะตาชีวิตเลย


ในที่สุดก็เรียนจบมอหก สายศิลป์ ฝรั่งเศสจนได้
ไม่รู้จบได้ไง เพราะทุกวันนี้ พูดฝรั่งเศสไม่ได้เลย
ฮาๆๆ

แต่จำได้ว่ามาฟิต ก่อนสอบเอ็นนี่แหละ
สมัยนั้นมีเอ็นทราน สะท้านทรวง
ก็ไม่ได้ไปติวกะเค้าที่ไหน
เรียนแต่ที่รร. กะครูที่รร.
โชคดีมากๆ ที่เจอะครูที่รักใคร่ กันสุดขีดตอนมอปลายไม่กี่ท่าน
ชักนำมาในหนทางดีดี

ตอนนั้น ค้นพบว่าชอบเรียนภาษาไทยจังเลย
(เพระครูคนนี้สอนภาษาไทย และมีอะไรให้เรียนเยอะแยะเลยนะ)
ตั้งใจๆๆๆๆ
จนใช้ภาษาไทยช่วยสอบจนเอ็นติด

โอ้ว
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่



ในที่สุดก็เอ็น ติดมช. คณะ มนุษยศาสตร์
เอกบรรณารักษ์และสารสนเทศ
(ทำไมไม่ติดสาขา ภาษาไทยก็ไม่รู้
ก็เลือกภาษาไทยอันดับรองๆ ลงไป
ตอนนั้น คิดว่าได้เรียนคงดี ได้อ่านหนังสือเยอะๆ)

แต่ชีวิตสมัยเรียนมช. ก็สนุกสนานมากๆอีก
แต่ไม่ค่อยทำกิจกรรมมากเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว
มหาลัย มันกว้างใหญ่เกินไป

และก็เที่ยวมากเหลือเกิน
ที่ เมเจอร์ นี่เที่ยวกันได้ตลอดเวลา
ไม่รวมเที่ยวกะเพื่อน ที่หออีก
จำได้ว่าตอนเรียนจบมา   ขนรูปกลับมาที่บ้าน
+++งมากๆ ว่ามันแอบหนีไปเที่ยวตอนไหนวะ
ทำไมไม่รุ้เรื่อง
นี่ชั้นส่ง มันไปเรียนหรือไปเที่ยวเนี่ยยย

ฮา

ภาพประกอบ ไดอารี่วันนี้มีแต่ภาพตอนเรียนจบแล้วเยอะ
เพราะ รื้อมาใกล้ตัวที่สุดแล้ว
คือนี่ถ้าเขียนไปเขียนมา จะเปนเรื่องเที่ยว เปรี้ยวๆ ในชีวิต
เอาพอคร่าวๆ ละกันเนอะ

 

นี่หนีเที่ยวเกาะช้างกะเพื่อนสมัยมัธยม ขับรถไปกันเอง

หญิงล้วน ขับรถไปกัน เปรี้ยวมากๆ ยังกะเทลม่าแอนหลุยส์

นี่เรียนจบป.ตรี กลับมารวมๆ กัน

จำได้ว่า โดน พวกมันบังคับให้ไปถ่ายรุปร้านโบราณ นี้
คิดดูเอาเหอะว่ารับปริญญา หน้ายังไม่ยอมแต่งเลย
แต่ต้องมาแต่งหน้า ตอนถ่ายรุป ล้านนนา
โดนกันคิ้วด้วยย อู้ยยย
สวยเชียว

(อ่อ ตอนนี้เริ่มไว้ผมยาวหน่อยๆ จำได้ว่าจะทุกจ์ทรมานไปทำไมวะเนี่ย)
มันเหนื่อยนะ

ฮ่าๆ

พอเรียนจบ
ก็เริ่มหางานทำ
แต่เราก็สมัครงานไปงั้นๆ  พอ่ไม่อยากให้ไปไหน
โหย

..
ช่วยงานที่บ้านไป
ทีนี้ก็เลยเที่ยวเต็มที่ ค้นหาความหมายไปเลย
ก๊ากๆ

เดี๋ยวเที่ยวไปที่นู่น ที่นี่
คือพอจะเจียดเวลาได้ เจียดเงินได้
แว่บตลอด (ทำไมสมัยนั้นเงินเดือนนิดเดียว
แต่มีเงินเที่ยวตลอดปีเลยหว่า)

มาคบเพื่อนใหม่ๆ สมัยหัดเล่นเนท
จนวันนี้ คบกันมาจะสิบปีแล้วมั้ง
ไม่น่าเชื่อ

...

เฮ

 

เที่ยวหัวหิน กะเพื่อนๆ ที่คบในเนท เมื่อ หลายปีก่อน

เขาใหญ่ ไข่เค็ม

สักพักเริ่มเบื่อ ๆ เลยลองไปสอบเรียนต่อ
ก็เลยได้เรียนต่อโท ที่ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการจัดการ
ใช้เวลาเรียนทั้งสิ้น ๕ ปีถ้วน

ฮ่า

กะสมัยเพื่อนๆ เรียนโท ด้วยกัน
สนุกสนาน กันจริงๆ (พวกนี้ ระดับ คณะบดี ผอ. มั่งอะไรมั่ง)

แต่มาโดนเราหลอกให้เข้าไปถ่ายรุป แนวนี้
ฮาๆ

 

มีได้ไป ดูงานที่สิงคโปร์ ด้วยนะ อู้ยเก๋ๆ

 

(คือเรียนจริงๆ ปีกว่าๆ นอกนั้น เที่ยวซะหมด)
ใช้เวลาและสถานภาพนักศึกษา จนคุ้มค่ามากๆ
เพื่อนสมัยเรียนโท ก็ เปลี่ยนชีวิตตัวเองไปอีกมาก
ตอนนี้คบคนแก่ ลุงๆ ป้าๆ  รุ่นๆเดียวกัน มีนิดหน่อย
เปนการเรียนที่สนุกจริงๆ
แต่ก็พบอีกว่า ไม่ได้อยากเรียนจริงๆ เล้ย
ถอดใจหลายหน - จริงๆ คือเปนคนขี้เกียจนั่นแหละ
อยากเรียน แต่ไม่อยากจบ
อยากเรียน แต่พอมาเรียนแล้วมันไม่ใช่
เราไม่เคยเรียนพื้นฐาน ทาง เขียนโปรแกรมมาเลย
จะให้มานั่งเขียนโปรแกรม ก็ไม่อยากจะเรียน
แต่ก็มีลุงๆ ป้าๆ พี่ๆ ช่วยเข็นจนจบมาได้
คิดดูว่าเปนเด็กมนุษย์ที่แปลกแยกแค่ไหน
ไปนั่งเรียนกะเค้า
เรียนไปก็นั่งเขียนเรื่องสั้นไป
คิดว่าทำไมต้องเอาเปรียบทรัพยากรโลกด้วย
(ตอนนั้นเรียนเรื่อง คิว เรื่องบร้ารัยนี่แหละ
ปวดหัวแทบแตก เพราะในสมองมันเต้นตลอดเวลา)
แต่พอหมดชั่วโมง ก็ชวนกันไปกินเบียร์ ทุก เสาร์ อาทิตย์
ชั่งสนุกสนาน จริงๆ

 

...
ช่วงที่ไม่ได้เรียนแล้ว ก็ สนุกเชียว
เที่ยวไปไหนมาไหนได้มากๆ เหมือนเดิม
คนอื่นๆ เริ่มทยอย จบกันไปเรื่อยๆ
จากปีแรก  ปีต่อมา ปีต่อมา
เราก็เริ่ม เฟดออกจากกลุ่ม เพราะไม่อยากไปเรียนให้จบ
จำได้ว่าไม่กล้ำกลืน แต่สนุกกับชีวิต เหลือเกิน
ฮา

เพราะได้เที่ยว
ได้อ่านหนังสือ ไปนู่นไปนี่
เปิดโลกกว้าง มากกว่าสมัยเรียนซะอีก
แต่ติดที่ไปไหนไม่ได้นาน
เพราะต้องกลับมาทำงานและเงินก็น้อย
อย่างมากก็ไปได้อาทิตย์เดียว  ก็หน้ามืด เงินหมด

 

ปาย

ริมน้ำโขงเชียงของ

สมัยเที่ยว แบบแบกเป้นี่ ก็ช่วงนี้แหละ
แรกๆ ไปเปนกลุ่ม
หลังๆ ลดปริมาณลงเหลือสองสามคน
สุดท้ายไปคนเดียวก็ไปมากแแล้ว

เก๋มากกก


ที่เปลี่ยนตัวเองมากๆ
คือการได้ไปปาย สมัยนั้น
เหมือนเปิดไปสู่โลก ใบใหม่
ติสแด๊กไปเลย - ไม่อยากกลับเชียงใหม่แล้วตอนนั้น
ไม่อยากกลับมาเรียนต่อให้จบด้วย
อยากจะย้ายไปอยู่ ซะตอนนั้น
ไปบ่อยจนมีเพื่อนเปนคนแถวนั้นไปนั่นแหละ

ชีวิตก็เปลี่ยนไปเยอะ
มาได้งานจ้อบ พิเศษเฝ้าร้านหนังสือ ให้ฝรั่งแถวท่าแพ
ที่ตอนนั้นมีร้านหนังสือ ที่ปายด้วย
ก็เทียว ส่ง เทียวรับให้ มัน
เงินไม่เท่าไหร่ แต่ เอามัน มากกว่า

...

 

อ่อ เคยได้ไปเที่ยวหลวงพระบางด้วยนะ
ช่วงที่ไม่ยอมกลับไปทำทีสิสให้จบนี่แหละ
ล่องเรือไป (จัดทริปปั่นจักรยานไป แต่ไม่มีจักรยานกะเค้า)
ไปกะเค้าได้ ฮี่ๆๆ
สนุกสนานมาก ตอนนั้น ไม่มีกล้องไปเล้ย
เสียใจมาจนบัดนี้
แต่ภาพ บางภาพมันชัดกว่า รูปที่ได้อัดมาซะอีก

รูปเดียวจากหลวงพระบางที่มี

รู้ตัวอีกที
ก็ต้องมาแต่งงานซะแล้ว

ฮา

หมดกัน


...
ชีวิตผกผัน
มานั่งเลี้ยงลูกอยู่กะบ้านสองปีเต็ม
สติแทบแตก
แต่มีความสุขมาก
ที่เราเดินค้นหามาชั่วชีวิต
มันไม่เคยใช่เลย
ที่เคยคคิดว่า เราอยากเปน อยากไป
มันไม่ใช่ทั้งหมด
คนบางคนที่เราเคย วิ่งตาม ค้นหา
มันไม่มีความหมายอีกเลยในชีวิต

นอกจากไอ่อ้วนตรงหน้านี่

 

...

จริงๆ

 

จากนั้นก็เลี้ยงลูกไป
และ เหลือเทอมสุดท้าย ต้องจบให้ได้
เกิดคิดได้ว่า น่าจะทำเพื่อพ่อกะแม่มั่ง
เลย เลี้ยงลูกไป เขียนโปรแกรมไป  เขียนทีสิสไป
มีพี่ๆ น้องๆ ช่วยเขียน ช่วยทำ
ถีบจนจบมาจนได้แบบเฉียดฉิวเชียวแหละ


..

แล้วก็เอาปริญญา ใบนั้นมาให้พ่อ
และทำหน้าที่ แม่ แสนดีต่อไป

เฮ






  



 

แม่ไอ่ภู
21 ส.ค. 2550 เวลา 12:00 น.

ปล. ๑ ไดอารี่ยาวเฟื้อย (หลังๆ เริ่มขี้เกียจก็ เนียนๆ เอา)
ขอบคุณ แม่นุ้ย ที่ทำให้ได้ไปนั่งละเลียดระทึกฟามหลัง
อมยิ้ม ไปได้หลายวัน

ปล. ๒ ชีวิตก็แบบนี้แหละลูกเอ๋ย

we are in diaryis.com family | developed by 7republic